กรุ๊ปแพทยศาสตร์ สจล. โหมโรง AIEMS เลือกเฟ้นทอจับไข้รีบด่วนแทบ 1 นาที ร่นเวลาคนไข้สู่โรงพยาบาล

สถาบันเทคโนโลยีตุ๊จอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) เพราะว่าทีมวิชาแพทย์ เริ่ม “ของใหม่กระบิล AI เหตุด้วยการคัดถักโรคภัยและการปรับใช้ด้วยว่าการแพทย์ฉุกเบนิน” หรือว่า AIEMS ระบบรวมเล่มท่าและคัดแยกทอคนไข้ จากสัญญาณคำรวมตัวกันอักษร พ่าง 1-3 นาทีเท่านั้น แล้วกระบิล AIEMS จักจับส่งประกาศแจกกับเจ้าหน้าที่รถเร่งด่วน เพื่อเตรียมรถฉุกเฉินแหล่งที่อยู่ใกล้ด้วยกันเลือกเฟ้นรถยนต์ฉุกเฉินแห่งหนเหมาะกับลีลาของคนป่วย โดยแบ่งแยกเป็น 3 ระดับเช็ด ตัวอย่างเช่น แดงคนป่วยเร่งด่วนวิกฤต สีเหลืองคนเจ็บฉุกเฉินกะทันหัน และเช็ดเขียวคนเจ็บเร่งด่วนไม่หนักหน่วง ยุคปัจจุบันหมู่ AIEMS สมรรถเลือกเฟ้นกรองกับประเมินผล 25 หมู่ลีลาโรคภัยไข้เจ็บฉุกเฉิน เช่น หายใจตกระกำลำบาก หายใจขัดข้อง หัวใจหยุดเต้น บาดเจ็บแข็งทรวงอก ภาวะฉุกเฉินเรื่องบริเวณแวดล้อม ปวดหัว สารพิษ รับสารภาพยาเกินขนาด ตั้งครรภ์ ให้กำเนิด โง่สติสัมปชัญญะ ไม่ผิดทุบตี เป็นต้น เพราะที่ผ่านมาแกนกลางรับสารภาพแจ้งเหตุเร่งด่วนกระยาเลย ประสบปัญหาจำนวนมนุษย์ให้บริการและเรื่องรังควานอื่นๆ ทำเอาไม่สามารถให้บริการคนป่วยจริงๆคว้าประการทั่วถึง ซึ่งแต่ละชันษามีงานเสียชีวิตินทรีย์ยิ่งกว่า 3 แสนคน ทั้งนี้ระบบดังกล่าวมีจุดหมายปลายทางไปสู่งานเป็นเวิลด์แพลตแบบฟอร์ม และไม่ผิดใช้ประโยชน์มอบก่อเกิดคุณประโยชน์ชนิดโด่งดังในที่ต่างชาติ อย่างไรก็ตามนวัตกรรมดังที่กล่าวมาแล้ว นับประสบความสำเร็จเน้นข้อดีของสถาบันในที่งานเป็น “พื้นฐานนวัตกรรม” ของไทย เพื่อรองกับดักการสาวก้าวจากไปสู่เข้าสังคมสมาร์ทซิกระแทก้ (Smart City) ณโอกาสอันควรแห่ง สจล. เฉลิมฉลองครบรอบ 60 ปีในที่ปี 2563 ศาสตราจารย์ด็อกเตอร์สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีตุ๊เจ้าจอมเกล้าเจ้าคุณนักสู้ลาดกระบัง (สจลิตร) กล่าวว่า สจล. ให้ความสำคัญกับดักการหาความรู้วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมนวชาตๆ อย่างต่อเนื่อง เพราะว่ามุ่งเน้นจรแห่งหนงานมีส่วนร่วมที่สังคมเพื่อให้เกิดผลดีอายุมากสังคมเพราะว่าร่วม ควบคู่กับการตอกย้ำจุดเด่นสรรพสิ่งสถาบันที่งานดำรงฐานะ “ฐานรากสิ่งใหม่” สรรพสิ่งประเทศไทย เพื่อที่จะรองรับกับการสาวก้าวเจียรไปสู่เข้าสังคมผึ่งผายสิทุบเข้ายา (Smart City) ในที่โอกาสอันควรแห่งหน สจลิตร เฉลิมฉลองครบรอบ 60 ปีที่ชันษา 2563 (GO BEYOND THE LIMIT) เพราะมีความศรัทธาแหวเทคโนโลยีสามารถเป็นเหตุให้มนุชจากไปห่างคว้ากระทั่งข้อจำกัด เป็นพิเศษในที่เรื่องสิ่งของสาธารณสุขและการแพทย์ แผนการวิจัย “สิ่งใหม่ระบบ AI เหตุด้วยการเลือกเฟ้นทอโรคกับงานปรับใช้ด้วยว่าการแพทย์ฉุกเฉิน” (AI Assistive Platform for Emergency Medical Services : AIEMS) เพราะคณะแพทยศาสตร์ สจล. ได้มาทำเอามองเห็นแล้วดุเทคโนโลยี AI หรือปัญญาประดิษฐ์สามารถประยุกต์ใช้ในที่เรื่องสิ่งของการแพทย์คว้า เพราะหมู่เช่นเดียวกับกล่าวฯ จะให้คะแนนดำรงฐานะอัลกศัตรูทึมๆ (กระบวนการแก้ปัญหาสถานที่สามารถขยายความในออกมาครอบครองกระบวนการแห่งชัดเจน) ซึ่งจักนฤมิตอาณัติสัญญาณคำหรือว่าหัวจิตหัวใจมารวมตัวกันอักษร เพื่อประเมินความเสี่ยงหรือความร้ายแรง กับส่งต่อเจียรอีกทั้งศูนย์รวมรับสารภาพแจ้งความฉุกเฉิน เพื่อจะเตรียมรถเร่งรีบให้กำเนิดเจียรรับสารภาพคนเจ็บในที่ยุคอันว่องไวทำให้สมรรถช่วยชีวิตผู้คนได้มา ศาสตราจารย์นพ. เยอะ ศรีเกียรติฟุ้ง คณบดี ทีมแพทยศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีตุ๊จอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง กล่าวว่า สิ่งใหม่ที่งานเอื้อเฟื้อคนเจ็บรถเร่งด่วนภายใต้โครงการวิจัย “ของใหม่หมู่ AI เหตุด้วยงานคัดแยกถักโรคภัยด้วยกันการประยุกต์ใช้ด้วยว่าการแพทย์ฉุกเบนิน” (AI Assistive Platform for Emergency Medical Services : AIEMS) ซึ่งเป็นเรือแพลตฟอร์มสถานที่ชกต่อยท้องแห้งมาจากแผนกระบิลกะหมอกตำรวจจราจรอัฉริยะด้วยว่าบริการการแพทย์เร่งด่วน (iAmbulance) สถานที่ได้รับรางวัลจากการประกวดนวัตกรรมสุดยอดกระยาเลย ตัวอย่างเช่น รางวัลเหรียญทองแดง กับบำเหน็จ Special prize จากประเทศเกาหลี ในที่งานแสดงสิ่งใหม่ Genneva Ionovation ด้วยกันบำเหน็จ Special prize ขนมจากประเทศโรมาเนีย ณการทำงานกลางวันนักประดิษฐ์สถานที่จัดเพราะว่าที่ทำการงานวิจัยแห่งชาติ (วช.) ทั้งนี้ โครงการดังที่กล่าวมาแล้วคว้าร่วมกับแนวร่วมทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ในที่การช่วยเหลือข้างข้อมูลและเทคโนโลยีกระยาเลย เป็นต้นว่า ศูนย์กลางเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์กับคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) กองกลาง ไมโครซอฟท์ (ไทย) กำหนด ศูนย์กลางบริการการแพทย์เร่งด่วนบางกอก (ศูนย์กลางเอราวัณ) หน่วยงานว่าการซีกเมืองบ่อแก้ว กับโรงพยาบาลโรคมะเร็งจังหวัดอุดรธานี เพราะว่าใช้คืนกาลเวลาณการเรียนและวิจัยแผนนี้ช้ากว่า 6 ดวงเดือน ภายใต้งบบัญชีการอนุเคราะห์จากหลายท้องถิ่นด้าน เพราะว่ามีจุดประสงค์ณงานสร้างคุณภาพชีวิต ตัดทอนความแตกต่างที่สังคม กับรับกับสังคมคนแก่ของประเทศไทยสถานที่มีแนวโน้มสูงศักดิ์ขึ้นไปรายปี จากยุคปัจจุบันสถานที่ประกอบด้วยคนสูงอายุสิงสู่แห่งหน 60 พรรษา ไตร่ตรองดำรงฐานะจำนวน 16 – 17% หรือว่ากะ 10 – สิบเอ็ด กล้อนมนุษย์ ภายใต้พลเมืองของด้าวเฉียด 70 ล้านคน กับคาดคะเนว่าจะพอกพูนชันษาเว้น 1 เลี่ยนมนุช หรือว่าเหมือนกับ 20 % ถัวเฉลี่ยของปริมาณประชาราษฎร์ในประเทศ ขณะเมื่อสถิติงานไม่สบายคนแก่ของชาวไทยพบดุคนสูงวัย 1 มนุษย์ จักเข้าไประวังตัวณโรงพยาบาลพรรษาเว้น 1 คราวเป็นอย่างน้อย จากข่าวแห่งสถาบันการแพทย์เร่งด่วนแห่งชาติได้ประเจิดประเจ้อสถิติในที่ขบวนการของการพาส่งคนป่วยเร่งรีบวิกฤตขนมจากวงเกิดเรื่องเพื่อจรรักษาดามสถานที่โรงหมอพบพานว่าอีกต่างหากดำเนินต่อไปอย่างล่าช้าเพราะว่าคนเจ็บเร่งรีบวิกฤตจำเป็นต้องสิ้นชีวิต ระยะก่อนกำหนดถึงโรงพยาบาลมากกว่าอัตราร้อยละ 20 กับสถิติโจทย์คว่ำบนบานศาลกล่าวถนนสรรพสิ่งแหลมทอง โดยองค์การอนามัยโลกแจ๋จ่ายไทยครอบครองประเทศสถานที่ประกอบด้วยอัตราการเกิดอุบัติเหตุอุดมเป็นวรรณะ 9 สิ่งของแหล่งหล้า เพราะประกอบด้วยอัตรางานจบชีวิตจากอุบัติเหตุมุขตัวถนนชันษาละคาดคะเน 22,491 ราย ไตร่ตรองเป็น 32.7 มนุชต่อพลเมือง 1 แสนมนุช หรือเฉลี่ยจากนั้นประกอบด้วยประชาราษฎร์แหลมทองจบชีวิตจากคว่ำครู่ละ 3 มนุษย์ เพราะฉะนี้ สจลิตร แล้วก็ได้ตระหนักถึงความสำคัญในที่งานแก้ไขปัญหากับลดเทกระจาดบนบานตัวถนน ซึ่งเป็นไปตามนโยบายสิ่งของ สจล. ในที่การจรรโลงการหาความรู้ด้วยกันวิจัยสิ่งใหม่นวชาตๆ อย่างต่อเนื่อง“ระบบ AIEMS แห่งหนปฏิรูปขึ้นไปมาสมรรถตัดทอนยุคในที่กระบวนการการคัดถักท่าคนป่วยแห่งหนครอบครองข้อมูลสำคัญในที่งานเลือกคัดชนิดสรรพสิ่งรถเร่งด่วนคว้าโดยเร็วและมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะลุ้นลดกาลเวลาการคอยของคนไข้ กับตัดทอนตำแหน่งงานเสียสิ่งก่อเกิดขนมจากการตายระหว่างการท่องเที่ยวจากไปโรงหมอขนมจากแต่เดิมแห่งเปอร์เซ็นต์ 20 เพราะที่ผ่านมาศูนย์กลางรับแจ้งความฉุกเฉินต่างๆ ประสบปัญหาจากการโทรศัพท์เข้ามารังควาน เป็นเหตุให้เปล่าสามารถให้บริการคนเจ็บจริงได้มาชนิดทั่ว โดยเจ้าหน้าที่ 6 มนุช สมรรถรับโทรศัพท์ได้มาพาง 1,500 สายดามกลางวันเท่านั้น ขณะเมื่อข้อจำกัดของเจ้าหน้าเจ้าตา ตกว่าเหตุสรรพสิ่งยุคเพราะว่าจำเป็นต้องถามประวัติบุคคลและประกาศปะปนกัน หมายรวมประสานงานรถยนต์ฉุกเฉินที่อยู่ใกล้ที่สุดเพื่อเจียรสารภาพคนไข้ ณ จุดเกิดเหตุมอบแจ้นสุดขอบ เพราะว่าการแพทย์เร่งด่วนสากลคว้าขีดคั่นไว้แหวรถยนต์เร่งด่วนต้องจากไปจรดคนเจ็บใน 8 นาที ซึ่งนับตั้งแต่เวลาแห่งหนประกอบด้วยงานรับสายแจ้งความ จวบจนถึงกลุ่มหมอเร่งด่วนตะเวนจากไปจดคนเจ็บ ซึ่งแต่ละชันษาประกอบด้วยงานเสียชีวิตมากกว่า 3 แสนมนุษย์ สาเหตุจากปัญหาความชักช้าณกรรมวิธีรอคอย ด้วยกันการจราจรแห่งหนขัดข้องบนช่องท้องถน” นายแพทย์อเก้าัช กล่าว ปีก ดร.เกรียงศักดิ์ หงอกเนีร้องไห้ ผู้จัดการแผนการวิจัย “นวัตกรรมระบบ AI เหตุด้วยงานคัดทอโรคภัยไข้เจ็บกับการปรับใช้ด้วยว่าการแพทย์ฉุกเบนิน” (AI Assistive Platform for Emergency Medical Services : AIEMS) ด้วยกันอาจารย์ประจำคณะวิชาแพทย์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจลิตร) กล่าวว่า เหตุด้วยระบบ AIEMS ดำเนินการ 3 ประการถือเอาว่า พอกพูนความง่ายดายรวดเร็ว เพิ่มประสิทธิภาพที่การทำงาน แชร์ข้อมูลจ่ายกับคนด้วยกันองค์การแห่งข้องเกี่ยว ซึ่งมีผลณการตัดทอนเวลาที่การรอคอยของคนป่วย โดยหมู่ AIEMS จักรวมเล่มลีลาและคัดแยกกรองคนไข้ขนมจากดั้งเดิมสถานที่ต้องชดใช้บุคลากรสารภาพแจ้งความฉุกเฉินเป็นผู้จดประวัติบุคคลหรือไม่ก็ซักท่าเบื้องต้น เสียแต่ว่าถ้าหากเป็นระบบ AIEMS จักกระทำการนฤมิตอาณัติสัญญาณขนมจากสัญาณเสียงพูดรวมตัวกันตัวหนังสือ ซึ่งสามาถตัดทอนที่กระบวนการนี้เหลือแทบ 1-3 นาทีเท่านั้น ขนมจากปกติแห่งจำเป็นจะต้องใช้เวลา 3-5 นาที แล้วหมู่ AIEMS จักนำส่งข่าวจ่ายกับดักพนักงานรถยนต์เร่งรีบ เพื่อที่จะจัดแจงรถเร่งด่วนแหล่งที่อยู่เกือบด้วยกันคัดเลือกรถเร่งด่วนแห่งหนเหมาะสำหรับลีลาสิ่งของคนไข้ เพราะว่าแยกดำรงฐานะ 3 ชั้นสี เช่น แดงคนไข้ฉุกเฉินวิกฤต สีเหลืองคนเจ็บเร่งรีบฉุกละหุก และเช็ดเหม็นเขียวคนป่วยเร่งด่วนเปล่าหนักหน่วง พร้อมกันนี้ระบบ AIEMS จักจับส่งข่าวจ่ายกับดักโรงหมอปลายทาง เพื่อที่จะเตรียมความพร้อมณข้างบุคลากรกับเครื่องอุปกรณ์ทางการแพทย์ในที่การดำรงคนป่วย ปับรรจุบันหมู่ AIEMS สมรรถคัดแยกถักกับให้คะแนน 25 หมู่ท่าทางโรคเร่งรีบ ตัวอย่างเช่น 1.ปวดท้องดินแดนหลัง กระดูกเชิงกราน กับจ๋าคีบ 2.แพ้ยา แพ้อาหาร แพ้ปราณีต่อย เล็กที่นาฟิมอง็กสิส กิริยาสะท้อนภูมิแพ้ 3.สิ่งมีชีวิตกัด 4.เลือดให้กำเนิดโดยไม่ไหวประกอบด้วยสาเหตุมาจากงานบาดเจ็บ 5.หายใจตกยาก หายใจขัดข้อง 6.หัวอกหัวใจหยุดดิ้น 7.บาดเจ็บแข็งทรวงอก หัวใจ มีปัญหาทางด้านหัวอกหัวใจ 8.สำลัก ปุกั้นตรอกหายใจ 9.เบาหวาน 10.ภาวะฉุกเฉินเรื่องบริเวณแวดล้อม 11.ปวดศีรษะ สถานะที่เป็นอยู่ผิดคลุมมุขนัยเนตร หู คอ จมูก 12.คลั่ง วิสัยที่เป็นไปทางจิตเส้นประสาท จิตใจ 13.พิษ รับสารภาพสารเสพติดเกินขนาด 14.มีท้อง ออกลูก นรีเวช 15.ชัก มีสัญญาณบ่งบอกกรณีการชัก 16.ป่วย อ่อนเพลีย อัมพาตยืดเยื้อ ไม่ทราบต้นเหตุบังเอิญ 17.อัมพาต กล้ามอ่อนแรง เสียหัวอก ยืนหรือไม่ก็เคลื่อนที่ไม่ได้รุนแรง 18.ไม่ฉลาดสติ ไม่สนองตอบ สิ้นสติเดี๋ยว 19.ลูก กุมารเวช 20.ไม่ผิดทุบตี 21.ไหม้ ลวกกรณีเดโช สารเคมี ไฟฟ้าช็อต 22.ตกน้ำ จมน้ำ บาดเจ็บทางน้ำ 23.หล่นล้ม อุบัติเหตุ ทุกข์ระทม 24.อุบัติเหตุยานยนต์ ด้วยกัน 25.อื่นๆ นอกจากนี้ กระบิลดังกล่าวอีกทั้งสมรรถปรับใช้กับดักการเลือกเฟ้นทอด้วยกันให้คะแนนโรคธารณะได้มาพร้อมด้วย เช่น เบาหวาน ปวดศีรษะ ด้วยกันจับไข้ เป็นต้น ยิ่งไปกว่านี้ ทีมวิชาแพทย์ สจลิตรยังคงให้ความสำคัญกับการพัฒนากับเพิ่มประสิทธิภาพของหมู่ AIEMS อย่างต่อเนื่อง ภายใต้การร่วมมือกับแนวร่วมต่างๆ เป็นพิเศษที่กรณีของงานทำอาณัติสัญญาณคำภาษาท้องถิ่น อาทิเช่น ภาษาอีสาน ภาษามนุษย์ใต้ ภาษานอกเหนือ แจกเป็นเป็นตัวอักขระ รวมถึงภาษาอังกฤษกับภาษาด้าวเพื่อนบ้าน อย่าง ลาว ด้วยกันพม่า เพื่อส่งเสริมจ่ายสำเร็จดำรงฐานะแพลตฟอร์มยิ่งใหญ่ กับก่อเกิดการใช้งานจริงอย่างแพร่หลาย ซึ่งจะเป็นเหตุให้ทีมวิชาแพทย์ สจล. สาวเท้าสู่การเป็นคนนำทางด้านการแพทย์เร่งด่วน ทั้งนี้ กระบิล AIEMS จะนำร่องทดลองใช้ในที่จังหวัดบ่อดาลัดดำรงฐานะแห่งแต่ต้น ซึ่งได้มาความร่วมแรงร่วมใจจาก อธิปทรงสถานะ ดวงไฟทอง นายกหน่วยงานบริหารด้านเมืองชลาศัยแก้ว เพราะว่านำกระบิลดังที่กล่าวมาแล้วจรประดิษฐานในศูนย์กลางสารภาพแจ้งความและว่าการการแพทย์เร่งด่วนจังหวัดบ่อแก้ว พร้อมกันกับดักการพาหมู่กะหมอกจราจรอัฉริยะเหตุด้วยบริการการแพทย์เร่งด่วน (iAmbulance) สถานที่ไม่ผิดนำจรตั้งทางรวมแยกกระทั่ง 20-30 แห่งหนทั่วจังหวัด เพื่อชดใช้ดำรงฐานะโมเดลต้นเค้ามอบกับดักธานีอื่นๆ และผลักดันมอบก่อกำเนิดการใช้งานแน่นอนในประเทศไทย และภายหน้าชิ้นเกือบตรงนี้ มุขสจล.จะสมคบคิดกับแกนกลางบริการการแพทย์เร่งด่วนบางกอก (แกนกลางไอราวัณ) เพื่อจะเข้าประจำที่ระบบ AIEMS มาใช้กับรถยนต์เร่งรีบในสังกัด กทม. สถานที่ยุคปัจจุบันมีอยู่ 200 คัน ในที่เนื้อที่กรุงเทพฯ ซึ่งสิงสู่ระหว่างการประสานงาน ด้วยกันคาดคะเนแหวจะคว้าข้อสรุปณหลั่นถัดจาก PR NewsAIAIEMShospital

https://storage.googleapis.com/techsauce-prod/ugc/uploads/2019/12/Japan8.jpg